ระยอง 72

ประวัติ

    ในปี 2540/2541 ประเทศไทยมีพื้นที่ปลู 6.7 ล้านไร่    และผลผลิตหัวสดรวม 15.6ล้านตัน
คิดเป็นมูลค่าที่ทำรายได้ให้     แก่เกษตรกร 19,645 ล้านบาท
และส่งออกทำรายได้ให้กับประเทศ
เป็นเงิน 16,877 ล้านบาท  มันสำปะหลังจึงเป็นพืฃ่ศรษฐกิจที่สำคีญของปรัเทศไทย
 ส่วนใหญ่ของผลผลิตส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศในรูปมันอัดเม็ด
 เพื่อเป็นอาหารสัตว์ตลอดจนใช้ประโยชน์เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมต่างๆ
เช่นขนมขบเคี้ยว แป้งมันสำปะหลัง (starch)
เม็ดสาคูที่ใช้ในการทดแทนแป้งสาลีในอุตสาหกรรมขนมอบ
ขนมหวานฯลฯรวมทั้งการใช้แป้งดิบมันสำปะหลัง (flour)

ปัจจุบันพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังของประเทศมากกว่าร้อยละ 50
อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกและดูแลรักษาง่าย
และไม่เป็นปัญหาในเรื่องการแปรรูปเกษตรกรจึงนิยมปลูก ดังนั้น
การใช้พันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงเป็นแนวทางหนึ่งที่จะเพิ่มผลผลิตและทำรายได้เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกษตรกรมีปัญหาหรือขาดปัจจัยในการผลิตและมีอัตราการเสี่ยง

ในการลงทุนเพิ่มศูนย์วิจัยพืชไร่ระยองสถาบันวิจัยพืชไร่ หรมวิชาการเกษตร
ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์มันสำปะหลังมาโดยตลอด

จนถึงขณะนี้กรมวิชาการเกษตรได้รับรองและแนะนำพันธุ์มันสำปะหลัง
ให้ได้ใช้ประโยชน์แล้วรวม 6 พันธุ์ ได้แก่ ระยอง 1 ระยอง 2 ระยอง 3 ระยอง 60 ระยอง 90
และระยอง 5 กล่าวได้ว่าพันธุ์มันสำปะหลังที่ปลูกในประเทศไทยเป็นพันธุ์ที่ได้มาจาก
การคัดเลือกตามวิธีการปรับปรุงพันธุ์ด้วยวิธีมาตราฐาน(conventional breeding)ทั้งสิ้น
โดยทำการคัดเลือกโคลนพันธุ์ที่มีลักษณะดี ให้ผลผลิตสูง หลังจากการ ผสมข้ามระหว่างพันธุ์ต่างๆ
ไม่ได้เป็นพันธุ์มันสำปะหลังที่มีการตัดต่อหรือดัดแปลงสารพันธุ์กรรม(non-GMOs)
จึงเชื่อได้แน่นอนว่า จะไม่มีปัญหาในตลาดประชาคมร่วมยุโรป (อียู)หรือตลาดต่างประเทศอื่นๆ


มันสำปะหลังพันธุ์ ระยอง 72 เดิมคือโคลนพันธุ์ CMR33-57-81 ที่คัดได้จากการผสมข้ามระหว่าง
พันธุ์ระยอง 1 กับระยอง6ที่ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง หลังจากการคัดเลือกเบื้องต้นแล้ว
นำมาประเมินผลผลิตและความดีเด่นตามขั้นตอนของการปรับปรุงพันธุ์ในศูนย์วิจัยพืชไร่
สถานีทดลองพืชไร่ และแหล่งปลูกต่างๆพบว่าเป็นพันธุ์ที่เหมาะสมที่จะปลูกในภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ในจังหวัดมหาสารคาม บุรีรัมย์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด นครราชสีมา
และกาฬสินธ์ผ่านการพิจารณาจากกรมวิชาการเกษตรให้เป็นพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนวียที่ 2 กุมภาพันธ์ 2543

ลักษณะเด่น

1. ให้ผลผลิตหัวสดเฉลี่ย 5.09 ตันต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์มาตรฐาน
ระยอง 1 ระยอง 5 ระยอง 90 และเกษตรศาสตร์
50 ร้อยละ 27 18 26 และ 16 ตามลำดับ หัวสดมีเปอร์เซ็นต์แป้ง 21 เปอร์เซ็นต์
2. ให้ผลผลิตแป้งเฉลี่ย 1.07 ตันต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์มาตรฐาน
ระยอง 1 ระยอง 5 ระยอง 90 และเกษตรศาสตร์ 50 ร้อยละ 36 12 16 และ 7 ตามลำดับ
3. ให้ผลผลิตมันแห้งเฉลี่ย 1.70 ตันต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์มาตรฐาน
ระยอง 1 ระยอง 5 ระยอง 90 และเกษตรศาสตร์ 50 ร้อยละ 31 15 22 และ 12 ตามลำดับ
4. เป็นพันธุ์ที่ปรับตัวได้ดี ในสภาพแวดล้อมทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
โดยให้ผลผลิตหัวสดสูงถึง 5.55 ตันต่อไร่ ผลผลิตแป้ง 1.23 ตันต่อไร่ และผลผลิตมันแห้ง 1.91 ตันต่อไร่
5. ท่อนพันธุ์ที่ใช้ปลูกมีความงอกดี ไม่มีปัญหาของโรคต้นเน่า
จนถึงระยะเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยมีความอยู่รอดถึงการเก็บเกี่ยวสูง 92 เปอร์เซ็นต์
6. ลักษณะลำต้นดี คือ ทรงต้นดี แตกกิ่งเล็กน้อย ในระดับที่สูงจากโคนต้น
ประมาณ 1 เมตร ทำให้สามารถขยายท่อนพันธุ์ได้มากข
ึ้น

พืันที่แนะนำ


เมื่อพิจารณาพื้นที่ปลูกมันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นดินทราย
พืชบางชนิดไม่สามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตสูง ประกอบกับเกษตรกรไม่มีเงินลงทุน
ดังนั้น มันสำปะหลังพันธุ์ระยอง 72 จึงเป็นพืชที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น ขาดฝนอย่างต่อเนื่องนาน 1-2 เดือน แต่ยังสามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้อย่างเหมาะสม ดังนั้น
จึงแนะนำให้เกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือปลูก
ซึ่งจะให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์มันสำปะหลังพันธุ์เดิมที่เคยใช้ปลูกและเพิ่มรายได้ให้เกษรกรโดยตรง



>>BACK<<